กฎข้อ 30 การเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภททรีบอล เบสท์บอล และโฟร์บอล
นิยามศัพท์
ทรีบอล หมายถึง การเล่นแบบแมทช์เพลย์ ระหว่างสามคน แต่ละคนเล่นลูกของตน และเล่นคนละสองแมทช์
เบสท์บอล หมายถึง การเล่นแบบแมทช์เพลย์ ระหว่างผู้เล่นหนึ่งคน และนับลูกที่ดีกว่าของผู้เล่นสองคน หรือนับลูกที่ดีที่สุดของผู้เล่นสามคน
โฟร์บอล หมายถึง การเล่นแบบแมทช์เพลย์ เล่นระหว่างผู้เล่นฝ่ายละสองคน และนับลูกที่ดีกว่าของฝ่ายหนึ่งกับอีกฝ่ายหนึ่ง
30-1. การใช้กฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟ
จะต้องนำกฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟมาใช้ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภททรีบอล เบสท์บอล และโฟร์บอล เท่าที่ไม่มีความแตกต่างไปจากกฎข้อบังคับพิเศษต่อไปนี้
30-2. การเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภททรีบอล
ก. ลูกที่หยุดอยู่เคลื่อนที่โดยฝ่ายตรงข้าม
ยกเว้นกรณีที่กฎข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าฝ่ายตรงข้าม หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของฝ่ายตรงข้าม ไปสัมผัส หรือทำให้ลูกของผู้เล่นเคลื่อนที่นอกเหนือจากระหว่างการค้นหาลูก จะต้องปรับโทษฝ่ายตรงข้ามคนนั้นหนึ่งแต้มในแมทช์ให้แก่ผู้เล่น แต่ไม่มีผลกับฝ่ายตรงข้ามคนอื่น
ข. ฝ่ายตรงข้ามทำให้ลูกเฉไป หรือหยุดโดยบังเอิญ
ถ้าฝ่ายตรงข้าม หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของฝ่ายตรงข้ามทำให้ลูกของผู้เล่นเฉไป หรือหยุดโดยบังเอิญ จะไม่ถูกปรับโทษในการเล่นแมทช์กับฝ่ายตรงข้ามคนนั้น ผู้เล่นอาจจะเล่นลูกตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ หรือก่อนที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะตีลูก ผู้เล่นอาจยกเลิกแต้มนั้น และเล่นใหม่จากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) สำหรับการเล่นแมทช์กับคู่แข่งคนอื่น จะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่
ข้อยกเว้น ลูกกระทบบุคคลซึ่งเฝ้าคันธง - ดูกฎข้อ 17-3ข
(ฝ่ายตรงข้ามเจตนาทำให้ลูกเฉไป หรือหยุด - ดูกฎข้อ 1-2)
30-3. การเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภทเบสท์บอล และโฟร์บอล
ก. การเป็นตัวแทนของฝ่าย
พาร์ทเน่อร์คนใดคนหนึ่งอาจจะเป็นตัวแทนของฝ่าย หรือเป็นส่วนหนึ่งของแมทช์ พาร์ทเน่อร์ทุกคนไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่นั้น สำหรับพาร์ทเน่อร์ที่ขาดไป อาจจะเข้ามาร่วมเล่นในระหว่างการเริ่มต้นเล่นในหลุมต่อไป แต่ไม่ใช่เข้ามาร่วมเล่นขณะกำลังเล่นอยู่ในหลุมใดหลุมหนึ่ง
ข. ไม้กอล์ฟไม่เกินสิบสี่อัน
หากพาร์ทเน่อร์คนหนึ่งคนใดละเมิด ฝ่ายนั้นจะต้องถูกปรับโทษตามกฎข้อ 4-4
ค. ลำดับการเล่น
ลำดับการเล่นลูกของฝ่ายเดียวกัน อาจจะเล่นตามลำดับที่ฝ่ายนั้นๆพิจารณาว่าดีที่สุดได้
ง. ลูกผิด
ถ้าผู้เล่นตีลูกผิด ยกเว้นในอุปสรรค ผู้เล่นจะต้องถูกตัดสิทธิ์การเล่นในหลุมนั้น แต่จะไม่ปรับโทษต่อพาร์ทเน่อร์ แม้ว่าลูกที่เล่นผิดเป็นลูกของพาร์ทเน่อร์ก็ตาม ถ้าลูกที่เล่นผิดเป็นของผู้เล่นอีกคนหนึ่ง เจ้าของลูกจะต้องวางลูกตรงจุดที่ได้มีการเล่นลูกผิดในครั้งแรก
จ. ฝ่ายที่ถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
(1) ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน เมื่อพาร์ทเน่อร์ผู้หนึ่งผู้ใดละเมิดกฎข้อใดๆดังต่อไปนี้
กฎข้อ 1-3 - การสมยอมกันเพื่อละเว้นการบังคับใช้ใช้กฎข้อบังคับ
กฎข้อ 4-1 ข้อ 4-2 หรือ ข้อ 4-3 - ไม้กอล์ฟ
กฎข้อ 5-1 หรือ ข้อ 5-2 - ลูกกอล์ฟ
กฎข้อ 6-2ก - แฮนดี้แคป (การเล่นด้วยแฮนดี้แคปที่สูงกว่าความเป็นจริง)
กฎข้อ 6-4 - แคดดี้
กฎข้อ 6-7 - ช้าเกินควร - การเล่นช้า (ละเมิดซ้ำ)
กฎข้อ 14-3 - สิ่งประดิษฐ์แปลกปลอม และอุปกรณ์ผิดปกติ
(2) ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน เมื่อพาร์ทเน่อร์ทุกคนละเมิดกฎข้อใดๆดังต่อไปนี้
กฎข้อ 6-3 - เวลาเริ่มแข่งขัน และกลุ่ม
กฎข้อ 6-8 - การหยุดการเล่น
ฉ. ผลในการปรับโทษอื่นๆ
ถ้าผู้เล่นมีการละเมิดกฎข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดซึ่งไปช่วยเหลือการเล่นของพาร์ทเน่อร์ หรือในทางตรงกันข้าม ไปทำให้เกิดผลกระทบต่อการเล่นของฝ่ายตรงข้าม พาร์ทเน่อร์จะถูกปรับโทษเพิ่มตามกฎข้อบังคับที่สามารถนำมาใช้ได้ รวมกับโทษปรับใดๆที่เกิดขึ้นกับผู้เล่น
ในกรณีอื่นซึ่งผู้เล่นถูกปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อบังคับ การปรับโทษนั้นจะต้องไม่มีผลต่อพาร์ทเน่อร์ของตน ในกรณีที่การปรับโทษระบุให้เป็นแพ้ในหลุมนั้น ผลก็คือจะต้องตัดสิทธิ์เฉพาะผู้เล่นสำหรับหลุมนั้นเท่านั้น
ช. การเล่นแบบแมทช์เพลย์รูปแบบอื่นในเวลาเดียวกัน
ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ ประเภทเบสท์บอล และโฟร์บอล เมื่อมีการเล่นแมทช์รูปแบบอื่นในเวลาเดียวกัน จะต้องใช้กฎข้อบังคับพิเศษดังที่กล่าวไว้ข้างต้น